[KHR:Reborn x Lambo] SweetIncest

posted on 12 Sep 2011 19:31 by m-i-n-g in Fiction

[KHR] Reborn x Lambo

-Sweet Incest-

ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตร

 

Part 1

 

เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ตอนไหนนะ ที่ผมต้องมาที่ห้องสมุดทุกวันแบบนี้...นั่งมองเขาคนนั้นจากมุมเดิมๆอย่างนี้...

โป้ก!

“โอ๊ย!”

“แรมโบ้คุง~ อย่าเหม่อสิจ้ะ >.o” รุ่นพี่เบียงกี้หัวสีแสบผู้ควบตำแหน่งประธานบรรณารักษ์ตบกะโหลกผมอย่างรุนแรงแล้วแกล้งทำหน้าแอ๊บแบ๊ว

“โธ่ อาเจ๊ก็...คนอุตส่าห์เซตผมมาอย่างดี เสียหมดเลย” ผมบ่นอุบพลางเบ้ปากแถมให้ด้วยความไม่พอใจ แล้วหันกลับไปยังโต๊ะประจำของอาจารย์บรรณารักษ์แต่ก็ปรากฏว่าเจ้าตัวดันหายไปซะแล้ว

...ชิชะเชอะ!

“ผมจัดกองนี้แล้วไปเลยนะ” ผมชี้ไปที่กองหนังสือตรงหน้า แต่คุณเจ๊แกกลับส่ายหน้าแล้วยกกองอื่นๆอีกสามกองมาวางทับกองที่ผมจองไว้จนมันมีความสูงเกือบครึ่งตัวผม

“จัดเสร็จแล้วก็ค่อยไปละกัน ฉันไปก่อนล่ะ” เจ๊แกเดินเชิดหน้าหนีไปโดยไม่แม้แต่จะโบกมือลา

...นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย?!?

 

อีกด้าน...

“ขอบใจนะ เบียงกี้จัง” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ย

“ช่างเถอะค่ะ อาจารย์ ที่หนูทำก็แค่เพราะหมั่นไส้ที่มันหน้าเหมือนโรมิโอเท่านั้นแหละ” หญิงสาวทำหน้าซังกะตายแล้วเชิดใส่บุคคลผู้เป็นอาจารย์ประจำวิชาคณิตเสริมและเป็นอาจารย์บรรณารักษ์ประจำห้องสมุดคนใหม่อีกด้วย (คนเก่าโดนรังแกจนหนีกลับบ้านนอกไปแล้ว)

“อืม งั้นไม่มีอะไรแล้ว เธอกลับบ้านเถอะ”

“งั้นหนูลาล่ะค่ะ” เมื่อหญิงสาวเดินหายไปจนลับตา ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มก็ปรับเปลี่ยนสีหน้าจากไม่รู้ร้อนรู้หนาวกลายเป็นสีหน้าชวนขนลุก เขาคลี่ยิ้มกว้างพลางส่งเสียงหัวเราะที่น่าสะอิดสะเอียน

“หึหึ ยัยเด็ก 3-A เอ๋ย”

 

แรมโบ้ หนุ่มน้อยห้อง 2-A เจ้าของทรงผมบล็อกโคลีสีดำสนิทที่ตัดกันกับผิวขาวจั๊วะกำลังปีนป่ายบนบันไดของห้องสมุดราวกับสวมบทบาทเป็นลูกลิงเพื่อวางหนังสือกลับไปในที่ที่มันควรอยู่

“ฮ้า~ เสร็จไปอีกหนึ่ง^_^ ใกล้มืดแล้วต้องรีบกลับบ้าน สู้ๆ” เขาบ่นกับตัวเองแล้วกำหมัดตามแบบซีรี่ย์เกาหลีที่ชอบดู ก่อนจะไต่บันไดลงมาข้างล่าง

ตุ้บ!

เขาลงมายืนที่พื้นอย่างสง่างามโดยไม่ได้รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างหลัง...มันคือเงาดำทะมึนรูปร่างสูงโปร่งที่ทาบทับลงมาบนตัวเขาไงล่ะ

“ยังไม่กลับอีกเหรอครับ อืม...แรมโบ้คุง” ชายหนุ่มหัวชี้โด่ทำท่านึกแล้วคลี่ยิ้มใจดี เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกไม่ได้แสดงท่าทางตกใจอะไรมาก เขาแค่หันหน้าไปมองแล้วคลี่ยิ้มงงๆตอบกลับมาเท่านั้น

“อ๋อ คะ...ครับ อาจารย์รีบอร์น คือว่าพี่เบียงกี้เขาให้ผมเก็บพวกมันให้เสร็จก่อนค่อยกลับน่ะครับ” นิ้วมือเรียวชี้ไปยังกองหนังสือที่ลดจำนวนลงไปเกินครึ่งแล้ว

“งั้นให้ฉันช่วยมั้ย” คนที่ถูกเรียกว่าอาจารย์เอ่ยถาม หากแต่นักเรียนหนุ่มกลับส่ายหัวในแทบจะทันที

“อย่าเลยครับ ผมเกรงใจน่ะ แหะๆ” แรมโบ้ส่งยิ้มแห้งแล้วเดินไปหยิบหนังสือพจนานุกรมศัพท์กลอนญี่ปุ่นเล่มใหญ่มาถือไว้ในมือ

“อืม...หนักแฮะ” แรมโบ้พูดกับตัวเองเบาๆ แล้วจู่ๆเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก

 

วันนั้นมีคาบเรียนพละแล้วกลุ่มของพวกแรมโบ้ก็ได้ยืมลูกแฮนด์บอลจากโรงยิมมาเล่นกันระหว่างไปกินข้าวเที่ยง (ยืมแบบที่ว่าให้คนหนึ่งไปคุยล่ออาจารย์แล้วอีกคนก็ย่องเข้าไปเอาลูกบอลมาจากในห้องเก็บอุปกรณ์อะไรประมาณเนี้ย)

“สึนะ! รับ!” หนุ่มร่างสูงโย่งนามยามาโมโตะโยนลูกแฮนด์บอลในมือไปทางคนตัวเล็กผู้ได้รับความเห็นให้เป็น 1 ในสมบัติล้ำค่าสุดโมเอะของโรงเรียนนามิโมริ (และอาจจะเป็นในโรงเรียนข้างเคียง)

“อ๊ะ!” สึนะโยชิรับบอลได้พอดีแบบว่าเฉียดฉิวสุดๆ เขารับมันมากอดไว้กับอกแล้วมองหาคนส่งต่อในขณะที่เดินเลี้ยวซ้ายไปตามทางไปโรงอาหาร

“อืม...อิริเอะคุง^^รับนะครับ” แล้วเจ้าตัวก็โยนบอลไปให้เบาๆพอที่ว่าจะรับได้สบายๆ อิริเอะ โชอิจิ หนุ่มอัจฉริยะของกลุ่มรับบอลโดยใช้มือเดียวเพราะอีกมือยังต้องประคองโมเดลรถบังคับรุ่นส่องใต้ประโปรงชัดล้านเปอร์เซ็นต์ไว้ด้วย

ฟิ้ว!

อิริเอะโยนบอลไปนอกระเบียงทางเดิน แล้วค่อยพูดกับเพื่อนตัวเล็กผมทรงรากไทรดัดลอน (บล็อกโคลี) อย่างหน้าตายว่า

“ถึงตานายแล้ว แรมโบ้”

แรมโบ้วิ่งไปเก็บลูกบอลที่กลิ้งไปไกลอย่างงงๆและพอใกล้จะถึง ลูกบอลก็กลับหยุดลงเพราะมีใครคนหนึ่งใช้เท้าหยุดมันไว้ เด็กหนุ่มมองตามรองเท้าหนังขัดมันสีดำสนิทขึ้นมาขึ้นมาแล้วยืนจ้องหน้ากับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งอายุมากกว่าที่ยืนคลี่ยิ้มใจดีรออยู่

“ขอบอลคืนด้วยครับ” แรมโบ้ทำหน้านิ่ง เพราะเขาไม่ค่อยชอบยืนกลางแดดสักเท่าไหร่...แหงล่ะ! ไม่มีใครชอบยืนกลางแดดร้อนๆนักหรอก

“ขอบอลคืนด้วยครับ” เด็กหนุ่มเริ่มใช้เสียงหนักอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายเอาแต่ยืนนิ่งและปั้นหน้ายิ้มน่าสะอิดสะเอียนนั่น

หากแต่สิ่งที่ชายหนุ่มตอบกลับมามีเพียงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ

“ไปได้แล้วน่ากิ้งก่าแมน ผ.อ.เขารอเรานานแล้ว” ชายหนุ่มผมสีขาวรุ่นเดียวกันเดินมาตบบ่าของคนที่ถูกเรียกว่ากิ้งก่าแมนแล้วเดินกินมาร์ชเมลโล่ผ่านหน้าไป

“อืม...เอาลูกบอลนายคืนไป แล้วจำไว้ให้ดีล่ะ...ชื่อของฉันคือรีบอร์น!” ชายหนุ่มเตะลูกบอลไปทางแรมโบ้เบาๆแล้วเดินผ่านเขาไปแบบระยะประชิด ในขณะที่เดินผ่านนั้นเอง แรมโบ้ก็ได้เห็นว่าผู้ชายที่ชื่อรีบอร์นแอบแสยะยิ้ม!

 

ใช่เลย...เขาจำเรื่องนั้นได้ดีถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านมาร่วมเดือนแล้วก็ตาม ชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำกับรอยยิ้มสุดเฟก ที่จู่ๆก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเขาและกลายเป็นอาจารย์ในเวลาต่อมา จากนั้นไม่กี่วันก็มีรายชื่อของแรมโบ้อยู่ในรายชื่อผู้สมัครเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุด ทั้งๆที่เขาเองก็พยายามเลี่ยงที่จะเจอกับรุ่นพี่เบียงกี้ประธานบรรณารักษ์อยู่แท้ๆ...ก็พี่แกน่ะไม่ชอบขี้หน้าเขาอยู่นี่นา (ดันหน้าไปคล้ายแฟนเก่าพี่เขาก็เป็นอย่างนี้ล่ะ)

มือที่ถือหนังสือเล่มใหญ่กำลังสั่นคลอน แต่ไม่ใช่เพราะหนักหรอกนะ ‘ความแค้น’ ไงล่ะ ...เมื่อแรมโบ้นึกถึงเรื่องราวในวันนั้นทีไร ใจมันก็คิดอยากจะไปหามีดสปาร์ต้ามาสับๆๆๆไอ้บ้านั่นสักวันละร้อยหน

พรึ่บ!

นักเรียนหนุ่มตวัดสายตามองจ้องไปยังร่างสูงโย่งที่กำลังกดบีบีเล่นไม่รู้ร้อนรู้หนาวด้วยความรู้สึกอยากจะกินเลือดกินเนื้อ แล้วพอยิ่งจ้อง นิ้วมือก็ยิ่งจิกลงไปบนปกหนังสือสุดแข็งที่ถืออยู่มากขึ้นเท่านั้น

“คอยดูเถอะ เจ้าบ้ารีบอร์น สักวันฉันจะกระทืบแกให้เจ็บปางตายด้วยฝ่าตีนฉันเอง!” แรมโบ้พูดปฏิญาณกับตัวเองเบาๆแล้วเดินหนีไปเก็บหนังสือ

แต่พอเขาเดินกลับมาเอาเล่มใหม่ก็ไม่พบกับร่างของรีบอร์นแล้ว มีเพียงกุญแจพวงใหญ่วางอยู่พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนไว้ว่า

‘ฉันกลับบ้านก่อนละ...ฝากล็อคห้องสมุดให้ด้วยนะ ลงชื่อ รีบอร์น’

“ฮึ่ย!” แรมโบ้ขยำกระดาษในมือทิ้งภายในชั่วพริบตาหลังอ่านจบ “ไอ้บ้าเอ๊ย!”

 

ตอนหัวค่ำ

แรมโบ้นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีโรงเรียนนามิโมริ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึงสถานีเอคินากะ* (ไม่มีจริงจ้าJ) และเขาก็ได้ใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมงในการเดินเตร็ดเตร่ในตลาดกลางคืน

“ชิ้นนั้นราคาเท่าไหร่ครับ” แรมโบ้ชี้นิ้วไปยังตุ๊กตาห้อยโทรศัพท์รูปวัวตัวเล็กเท่านิ้วโป้งที่กำลังทำตาโตบ้องแบ๊วและอ้าปากน้ำลายไหลย้อย เขามองมันตาลุกวาวแล้วมือก็เผลอหยิบกระเป๋าสตางค์มาถือไว้โดยไม่รู้ตัว

“แหม คุณนี่ตาถึงนะคะ วัวของนัตสึมิซังขายดีมากค่ะ..นี่ก็เหลือแค่ 2 ตัวสุดท้ายแล้วนะคะ^^ บลาๆๆๆ” พนักงานหญิงสาวสวยในชุดรัดรูปสั้นโชว์สัดส่วนล่อเสือล่อตะเข้ได้ทีก็พูดโม้โชว์สรรพคุณเสียยกใหญ่

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ=_= ไม่ทราบว่าอันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ” แรมโบ้เริ่มชักสีหน้ารำคาญจนคุณเจ๊คนขายอกอึ๊มถึงกับชะงักแล้วเปลี่ยนท่าเป็นยืนยิ้มสงบเสี่ยมแทน

“คุณครับ-*- ไม่ทราบว่าอันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ” แรมโบ้พูดเสียงขุ่น สีหน้าแสดงออกถึงความไม่ค่อยพอใจ

“เอ๋ คะ ค่ะ^^; อันนี้ราคา 400 เยนค่ะ” แรมโบ้จ่ายเงินและรับของมาในแทบจะทันทีที่พนักงานสาวใส่ถุงเสร็จ แล้วก็เดินหนีไปทันทีด้วยความรำคาญ

“เด็กหนุ่มสมัยนี้นี่อารมณ์ร้อนแรงจัง^^ฮิๆ” พอพนักงานสาวกำลังจะทิ้งร้านไปหาข้าวกินก็ดันมีเสียงนุ่มๆเสียงหนึ่งเรียกเธอไว้

“คุณคนสวยครับ” หญิงสาวหันกลับมาในแทบจะทันทีเมื่อเจอคำว่าคนสวย ตรงหน้าเธอคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม เขามาพร้อมกับรอยยิ้มมีเสน่ห์และนัยน์ตาคมเข้มชวนลุ่มหลง ทุกคำที่เขาเอื้อนเอ่ยเหมือนจะทำให้คนฟังตกอยู่ในภวังค์

“คะ*o*”

“คือผมอยากทราบว่าที่ห้อยมือถือวัวของนัตสึตันยังมีอยู่มั้ยครับ^^เผอิญว่าของเก่ามันขาดน่ะครับ”

“อ๋อ...ค่ะ! เหลือชิ้นสุดท้ายแล้วนะคะ ฮิๆ ของ Limited ก็แบบนี้ล่ะค่ะ ดูสิคะ มันมีเลขรหัสอยู่ข้างหลัง บลาๆๆๆ” หญิงสาวพูดโฆษณาสินค้าเสียยกใหญ่และถ้าไม่มีใครหยุดเธอคงได้พูดไปจนถึงขั้นตอนการเย็บแบบเจาะลึกเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในโรงงานที่ผลิตเป็นแน่ (เพราะก่อนหน้านี้เธอก็พูดถึงเนื้อผ้าที่ใช้ทำประหนึ่งว่าเป็นคนเลือกซื้อผ้าเหล่านั้นมาเองกับมือ)

“400 เยนใช่มั้ยครับ นี่ครับ ผมไปก่อนนะ สวัสดี” ...แล้วชายหนุ่มคนนั้นก็หนีหายไปในบัดดล=_=

 

แรมโบ้หยุดยืนอยู่หน้า Raffael Apartment หอพัก 4 ชั้น สภาพภายนอกเก่าแก่ทรุดโทรม แต่ภายในกลับได้รับการดูแลอย่างดี เด็กหนุ่มหยุดยืนหอบอยู่หน้าห้องตัวเองบนชั้น 4 หลังจากกึ่งวิ่งกึ่งเดินขึ้นบันไดมา...และนั่นคือหนึ่งในข้อเสียของที่นี่ที่ไม่มีลิฟต์-*-

“เฮ้อ~” เมื่อแรมโบ้เข้าไปในห้องเขาก็ถึงกับถลาไปนอนฟุบบนโซฟาหนานุ่มตรงหน้าทันทีด้วยความล้า

ครืดๆ

เขาล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมาดูและพบว่ามีข้อความเข้า

[มีเงินเข้าในบัญชี AC001265xxx จำนวน 3,000,000 เยน...]

หลังจากเห็นข้อความแล้วเขาก็เด้งตัวลุกขึ้นโทรหาใครคนหนึ่งทันที ใช้เวลาไม่นานก็มีคนรับสาย

[สวัสดีค่ะ] น้ำเสียงเรียบของหญิงสาววัยกลายคนดังขึ้นมาจากปลายสาย

“เอ่อ..สวัสดีครับ คุณป้า ผมแรมโบ้นะ”

[ว่าไงจ๊ะ] น้ำเสียงของเธอดูอ่อนลงเมื่อรู้ว่าคนที่โทรมาคือหลานชายของเธอเอง

“เอ่อ...ขอบคุณสำหรับเงินในบัญชีนะครับคุณป้า...แต่ผมว่ามันไม่มากเกินไปหรอครับ” แรมโบ้ถามเสียงเบาพลางกัดริมฝีปากล่างด้วยความไม่สบายใจ ลำพังคุณป้าเองก็ต้องดูแลครอบครัวของคุณป้าเหมือนกัน แถมนอกจากจะส่งเงินมาให้เขาแล้วยังจ่ายค่าเทอม ค่าที่พักแยกให้ต่างหากอีกด้วย...เขาเป็นหนี้บุญคุณคุณป้ามากจริงๆ

[โธ่ นึกว่าเรื่องอะไร ไม่ต้องคิดมากหรอกจ้ะ เก็บไว้ใช้ เผื่อต้องซื้อของซื้ออะไรจะได้ไม่ขัดสน...นะจ๊ะ]

“เอ่อ..ครับ งั้นแค่นี้นะครับคุณป้า”

[จ๊ะ]

“ราตรีสวัสดิ์ครับ” แล้วแรมโบ้ก็วางสายไปด้วยความไม่ค่อยสบายใจ

...หากแต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่สบายใจเช่นกัน

 

เช้าวันเสาร์

แรมโบ้ตื่นแต่เช้ามาซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่ชั้นล่างจากนั้นก็ไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านขนมแถวชิบูยะ

“สวัสดีครับ CosplayMate ยินดีต้อนรับ ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีครับ^-^” แรมโบ้ในชุดสูทของการ์ตูนโอรันโฮสท์คลับกล่าวทักทายกลุ่มลูกค้าสาวในชุดนักศึกษาแล้วยื่นเมนูให้พร้อมรอยยิ้มที่ถูกฝึกมาอย่างดี

“ว้าว~ วันนี้แรมโบ้คุงเป็นทามากิคุงหรอเนี่ย ฮิๆ” หญิงสาวผมสั้นคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยทักด้วยความสนิทสนม

“แหม ฮิราซาวะซังล่ะก็ ไม่ว่าผมจะแต่งเป็นใครนี่ฮิราซาวะซังดูออกตลอดเลยนะครับ^^” แรมโบ้เกาหัวแก้เก้อ

“ฮิราซาวงฮิราซาวะอะไรกันเล่า-3- บอกให้เรียกยุยซังก็พอไง!” ฮิราซาวะ ยุย นักศึกษาสาวจากมหาวิทยาลัยไทโดผู้ชอบแบกกีตาร์คนนี้นอกจากจะเป็นลูกค้าคนสำคัญของร้านแล้ว เธอยังเป็นลูกค้าประจำของแรมโบ้อีกด้วย

“วันนี้มากันแค่ 4 คนแล้วจะรับเมนูเดิมมั้ยครับ” แรมโบ้ถาม

“อ๋อ! เอาแบบเดิมเลย เพราะเดี๋ยวอาซุเหมียวจะตามมาทีหลังน่ะ” ยุยตอบยิ้มๆ

“ได้เลยครับ กรุณารอสักครู่นะครับLady!” แรมโบ้โพสท่าพร้อมขยิบตาตามแบบที่ได้ซ้อมไว้แล้วเดินไปบอกออเดอร์ ไม่นานนักเขาก็กลับมาที่โต๊ะของ 4 สาวที่มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งมานั่งเพิ่ม เขามาพร้อมกับรถเข็นสไตล์ยุโรปแบบในการ์ตูนพ่อบ้านปีศาจ...ก็อาหารที่พวกเธอสั่งน่ะ ใช้แค่ถาดถือมาคราวเดียวไม่พอหรอก เหอะๆ

“นี่ครับ~ ชามัลเบอร์รี่กับซอฟต์เค้กส้มของโคโตบุกิซัง ช็อกโกแลตทีรามิสสุกับนมปั่นของอาคิยามะซัง ไอศกรีมปั่นผสม เยลลี่กับโอริโอแก้วใหญ่พิเศษของไทนากะซัง นมกล้วยปั่นเพิ่มวิปครีมเยอะๆของนากาโนะซัง และเค้กชาเขียวครึ่งปอนด์กับโยเกิร์ตปั่นของฮิราซาวะซังครับ” แรมโบ้วางของทั้งหมดลงบนโต๊ะและหยิบป๊อกกิ้งในขวดทรงกระบอกบนรถเข็นมาปักบนเค้กชาเขียวสัก 3-4 ชิ้น

“แถมครับ^^...ยุยซัง” เขาปักมันลงไปบนอาหารเมนูอื่นๆของทุกคนแล้วพูดบ้าง “ทานอาหารให้อร่อยนะครับ^^ ยุยซัง ริทสึซัง มิโอะซัง ทสึมุกิซัง อาซุสะซัง” พอพูดเสร็จแรมโบ้ก็เดินเข็นรถกลับไป

“เฮ้ แรมโบ้คุง” พี่พนักงานในชุดของโอโทริ เคียวยะที่ยืนอยู่ตรงหน้าเคาท์เตอร์เรียกแรมโบ้ไว้ “ฝากหน่อยสิ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ” แล้วพี่แกก็หายเข้าหลังร้านไปเลย

“เฮ้อ~” แรมโบ้ถอนหายใจกับอาการกระเพาะปัสสาวะรั่วของซาซางาวะซัง...นี่เขาเป็นเด็กเสิร์ฟนะไม่ใช้คนขายเค้ก!

“จะรับอะไรดีครับ^^” แรมโบ้ยิ้มทักทายรุ่นน้องจากที่นามิโมริ และเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะจำเขาได้

“เอ๋O.o ระ...รุ่นพี่มาทำอะไรที่นี่ครับ-///-” พอเด็กหนุ่มแว่นหนาเห็นชุดที่แรมโบ้ใส่ก็ถึงกับหน้าแดงทะลุแว่นสำลักในความโมเอะที่ซุกซ่อนอยู่ในหนุ่มน้อยที่ไม่เป็นจุดสนใจในกลุ่ม (เมื่อมีสมบัติล้ำค่าฯอย่างสึนะอยู่ด้วยแล้ว คนอื่นก็โดนกลบรัศมีไปจนหมด ฮ่าๆ)

“ชู่ว~” แรมโบ้ทำท่าจุ๊ปากพร้อมขยิบตาสุดโมเอะ “ว่าแต่ว่า...จะรับอะไรดีครับ”

“อะ เอาเซ็ต Spring Daifuku ใหญ่พิเศษครับ *o*///” เด็